ระหว่างที่รอเงินดิจิทัล 10,000 บาทจากรัฐบาล ลมหายใจของประชาชนเริ่มแผ่วลงอย่างเห็นได้ชัด มองเศรษฐกิจผ่านหน้าต่าง 4 บาน พอจะเดาได้ว่า ปี 2567 คงไม่รุ่งอย่างที่คาดหวัง 5 แสนล้านบาท คงไม่สามารถมาช่วยได้ทันเพราะปัญหาด้านกฎหมายการก่อหนี้สาธารณะ

หน้าต่างบานแรก มองเศรษฐกิจผ่านการบริโภคของคนโคราช ฟู้ดแลนด์ ประกาศถอนตัวกลับบ้านแล้ว เพราะลูกค้าโคราชไม่เป็นไปตามที่ตั้งไว้ ร้านค้าปลีกแข่งขันด้านราคา จนพ่อค้าท้องถิ่นสู้ไม่ไหว ทุนขนาดใหญ่ไปยึดชุมชนเล็กๆ ตามหมู่บ้านจัดสรรเกือบทุกแห่งไว้แล้ว ย่านเมืองเก่าของโคราชเงียบสนิท แม้นจะจัดกิจกรรมเสริมบางเวลา ก็ยังไม่ดีขึ้น ร้านเสื้อผ้าบ่นกันมาก ถูกเสื้อผ้าจีนตียับกางเกงช้างของเรา199 ของจีน 75 ใครที่เก็งตลาดผิดสต๊อกจะบวมทุกคน ร้านอาหารสู้กันหนัก ท่องเที่ยวยังมีบ้างเฉพาะที่เขาใหญ่และวังน้ำเขียว เต็นท์รถยนต์มือสองกำลังจะไป เพราะไม่มีลูกค้าไฟแนนซ์เข้มงวด เต็นที่ฝากขายพอไปได้ แต่ที่ซื้อรถเข้าเองจอดสนิท
บานที่สอง มองการลงทุน โครงการแสนสิริที่เคยเลิกไปแล้วบอกว่าจะกลับมาลงทุนอีก แต่ยังเงียบ บ้านจัดสรรกำลังมีปัญหา ขายยากและธนาคารไม่ปล่อยสินเชื่อ ที่ซื้อไปแล้วไม่มีกำลังส่งคดีผู้บริโภคเต็มโรงศาล โรงงานขนาดใหญ่เคยมี OT. ให้พนักงานวันนี้ไม่มีแล้ว เพราะการส่งออกมีปัญหา โคราชได้ชื่อว่าเมืองอุตสาหกรรมเลยแย่ไปด้วย ธุรกิจบริการไม่มีการลงทุนใหม่ แต่มีโรงแรมเก่าอย่างน้อย 4 แห่งประกาศขาย ร้านกาแฟเป็นธุรกิจยอดฮิต ที่เปิดกันเดือนละหลายแห่ง วันนี้ปิดมากกว่าเปิด
บานที่สาม มองผ่านงบประมาณแผ่นดิน โคราชมีองค์การปกครองท้องถิ่นกว่า 300 แห่ง มีงบประมาณเข้ามาปีละกว่า 2 หมื่นล้านบาท วันนี้รัฐบาลทำงบล่าช้ามีผลต่อระบบลูกโซ่งบประมาณ รัฐบาลส่งงบพิเศษมาเยียวยา เช่นงบโปรโมทต่าง ๆ ก็กลายเป็นงบเบี้ยหัวแตกไม่ค่อยได้ผลเหมือนตำน้ำพริกละบายแม่น้ำ งบ SoftPower 5,000 ล้าน คงต้องระมัดระวังการใช้จ่าย งบประมาณแผ่นดินเป็นไอติมแทงใหญ่ ที่มีคนรอกินกันมาก คดีตบทรัพย์ไม่มีเฉพาะกระทรวงเกษตร ทุกจังหวัดก็มีผู้ชำนาญการด้านวิเคราะห์งบ อปท.บอกว่า งบประมาณ 100 บาทถึงมือประชาชนแค่ 30 บาท เพราะมีคนรอดูดระหว่างทาง งบประมาณปี 2567 ก็ยังไม่มาทำให้โคราชเหมือนเมืองน้ำแห้ง
บานที่สี่ มองผ่านการส่งออกและนำเข้า โคราชเป็นเมืองผลิตสินค้าเพื่อส่งออก ไม่ว่าพืชเกษตรอย่างมันสำปะหลัง โรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์แบบสันดาป วันนี้คนนิยมรถยนต์ไฟฟ้าก็มีผลกระทบต่อการผลิตแบบเดิม โรงงานชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ หรือชิ้นส่วนประกอบคอมพิวเตอร์ก็ลดลง ตลาดเปิดท้ายในโคราชเคยเป็นย่านการค้า ที่หนุ่ม-สาว ชาวโรงงานนิยมไปเดินเที่ยวกันหลังเลิกงาน วันนี้คนกลุ่มนี้หายไป สำหรับการส่งออกที่ยังพอไปได้ คือการค้าตามชายแดน หรือการส่งผลไม้ไปเมืองจีนโดยรถไฟความเร็วสูง โลกมีการค้าขายระหว่างกัน สิทธิพิเศษเช่น FTA ทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบกัน เรามี FTA สู้เวียดนามไม่ได้ รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขและหา FTA มาเพิ่มก่อนที่โรงงานจะย้ายฐานไปหาประเทศที่มี FTA มากๆ
เมื่อมองผ่านหน้าต่าง 4 บานนี้ เราพอจะคาดการณ์ได้ว่าโคราชในปี 2567 ดูจะไม่สดใส ยิ่งการเมืองไม่นิ่งแบบนี้จะมีผลต่อการลงทุนของต่างชาติ โคราชมีการคมนาคมที่ดีมาก แต่มีความล่าช้ามาก อย่างโครงการมอเตอร์เวย์ กำหนดเสร็จสมบูรณ์ปี 2564 วันนี้ก็แค่เปิดใช้ชั่วคราวและยังขาดคนออกมารับผิดชอบในการวางแผนงาน โครงการรถไฟทางคู่หรือรถไฟความเร็วสูงยังตกลงกันไม่ได้ โครงการขนาดใหญ่อย่างการจะสร้างศูนย์ประชุมขนาดใหญ่ และศูนย์แสดงสินค้านานาชาติ ก็มีคำถามว่าจะมีคนมาใช้บริการมากน้อยแค่ไหน จะคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่ ?
โคราชเป็นเมืองขนาดใหญ่ มีโอกาสทางเศรษฐกิจสูงกว่าทุกจังหวัดในภาคอีสาน ในทางกลับกัน โคราชก็มีความเสี่ยงสูงในด้านเศรษฐกิจ
…………………………………
ทวิสันต์ โลณานุรักษ์
ประธานกิตติมศักดิ์หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา
6 กุมภาพันธ์ 2567