อดีตรองนายกฯ “สุวัจน์ ลิปตพัลลภ” เป็นประธานนำพิธีประดับอินทรธนูให้ “หมอวรรณรัตน์” นายกฯและสมาชิกสภาเทศบาลนครฯ ย้ำเดินหน้ายกระดับโคราชเป็น “มหานครแห่งโอกาส” รองรับเศรษฐกิจอนาคต

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2568 เวลา 18.00 น. นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ประธานในพิธีประดับอินทรธนูให้แก่นายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาลนครนครราชสีมา โดยมี นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา ดร.อรัญ พันธุมจินดา สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคชาติพัฒนา นายสมศักดิ์ กาญจนวัฒนา ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายวัชรพล โตมรศักดิ์ รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา นายประเสริฐ บุญชัยสุข อดีตนายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา และสมาชิกสภาเทศบาลนครนครราชสีมา (สท.) หน่วยงานภาครัฐ เอกชน พ่อค้า นักธุรกิจ แขกผู้มีเกียรติร่วมงานจำนวนกว่า 500 คน ณ ห้องยูงทอง ชั้น 3 ภัตตาคารเสียวเสี้ยว อ.เมือง จ.นครราชสีมา


นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ กล่าวว่าวันนี้เป็นการแสดงความยินดีและพิธีประดับเกียรติให้กับท่านนายกเทศมนตรีคนใหม่ พร้อมด้วยสมาชิกสภาเทศบาล (สท.) ที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน และขอให้ทีมบริหารงานทุกท่านให้ดำเนินงานตามนโยบายที่ได้ทำการหาเสียงไว้ เพื่อแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองและสร้างความเชื่อมั่นในระบบประชาธิปไตยของไทย ฉะนั้นผู้ที่ได้รับเลือกตั้งต้องยึดมั่นในคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน เพื่อให้ประชาชนเห็นว่าผู้นำที่ตนเลือกไว้นั้นมีความรับผิดชอบและทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวมอย่างแท้จริง


โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่เทศบาลนครนครราชสีมา ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางสำคัญของจังหวัดและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งต้องมีแนวทางการพัฒนาเมืองให้มีความสวยงาม ทันสมัย และพร้อมต้อนรับนักลงทุนและนักท่องเที่ยว โดยเทศบาลนครนครราชสีมาเปรียบเสมือน “ห้องรับแขก” ของภาคอีสาน ที่ต้องมีความสะอาดและพร้อมรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเมื่อโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ เช่น มอเตอร์เวย์และรถไฟความเร็วสูงแล้วเสร็จ



“ท่านนายกเทศมนตรีและทีมงานได้รับมอบหมายให้เร่งรัดแก้ปัญหาเร่งด่วน เช่น ปัญหาน้ำประปา ขยะ ถนนหนทาง และน้ำท่วมขัง ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างมาก” นายสุวัจน์ กล่าวและย้ำว่า ทีมบริหารชุดใหม่ประกอบด้วยผู้นำที่มีประสบการณ์สูงร่วมกับคนรุ่นใหม่ เป็นการผสมผสานระหว่าง Gen X และ Gen Z ที่มีทั้งความรู้ ความสามารถ และความทันสมัย ถือเป็นทีมเวิร์คที่ลงตัวและน่าจะสามารถขับเคลื่อนเทศบาลไปสู่ความเจริญได้อย่างมีประสิทธิภาพ


โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านหมอวรรณรัตน์ นายกเทศมนตรีคนใหม่ ถือเป็นผู้นำที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ทั้งในด้านประสบการณ์ ความเข้าใจปัญหาท้องถิ่น และความสามารถในการประสานงานกับหน่วยงานรัฐ เนื่องจากเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการทั้งสองกระทรวงเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ กระทรวงพลังงานและกระทรวงอุตสาหกรรม แม้อายุจะมากกว่า 70 ปี แต่ท่านยังอุทิศตนเพื่อบ้านเกิด และการที่ประชาชนเลือกท่านอย่างท่วมท้นก็สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในตัวผู้นำที่เสียสละและตั้งใจทำงานอย่างแท้จริง


นายสุวัจน์ กล่าวว่าเป้าหมายของการบริหาร คือ ทำให้โคราชเป็นเมืองสมาร์ทซิตี้ ทั้งแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และสร้างความน่าอยู่และความทันสมัยให้เมือง เพื่อรองรับโอกาสทางเศรษฐกิจในอนาคต














