ส.ส.พรรค ชพก. อภิปรายเสนอย้ายเรือนจำกลางโคราชออกนอกเมือง อ้างเหตุผู้ต้องขังล้นเรือนจำส่งผลกระทบสุขภาพอนามัย เพื่อประโยชน์ทางราชการและคุณภาพชีวิตของคนโคราช ควรย้ายไปพื้นที่ใหม่ธนารักษ์พร้อมสนับสนุนกว่า 100 ไร่ ห่างจากตัวเมือง 30 ก.ม. วอน รมว.ยุติธรรมจัดสรรงบฯ

(เมื่อ 21 กันยายน 66) เวลา 9.30 น.นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคชาติพัฒนากล้า อภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 16 ประเด็นขอหารือเรื่องย้ายเรือนจำกลางนครราชสีมาออกไปนอกเมืองโคราช เพื่อประโยชน์ของทางราชการ และพี่น้องชาวโคราช ในการพัฒนาเป็นพื้นที่สีเขียว สร้างปอดแห่งใหม่ให้แก่คนโคราช

เนื่องจากปัจจุบันเรือนจํากลางนครราชสีมาและเรือนจําพิเศษนครราชสีมา ซึ่งเรือนจํากลางนครราชสีมา มีฐานะเป็นเรือนจําประจําเขต 3 มีหน้าที่รับผู้ต้องขังรายวันตามปกติแล้ว ยังจะต้องรับผู้ต้องขังที่ป่วยมารักษาตัว และผู้ต้องขังที่มีอัตราโทษสูงเกินกว่าอํานาจการควบคุมของเรือนจําอื่นอีก 17 แห่งในภาคอีสาน ทำให้เรือนจํากลางนครราชสีมา มีผู้ต้องขังล้นเรือนจําสูงถึง 347 คน จากความจุ 3,000 คนเศษ ของเรือนจําตามปกติ ส่งผลกระทบอย่างรุนแรง ต่อสุขอนามัย สวัสดิภาพของผู้ต้องขัง และระบบการบริหารจัดการของเรือนจําเป็นอย่างมาก

ในกระบวนมาตรการต่างๆ จากการแก้ไข มีหนทางหนึ่งที่จะแก้ไขเรื่องนี้ก็คือ การย้ายเรือนจําออก ไปนอกเมืองโคราช ซึ่งทางธนารักษ์และจังหวัดนครราชสีมา พร้อมที่จะให้การสนับสนุนด้วยการจัดหาที่ราชพัสดุรองรับการก่อสร้างเรือนจําแห่งใหม่ อยู่ห่างจากตัวเมือง 30 กิโลเมตร บนพื้นที่ 100 ไร่เศษ เพียงพอต่อความต้องการ เมื่อเทียบกับพื้นที่ 33 ไร่ในปัจจุบัน ถ้ามีการย้ายเรือนจําออกไปนอกเมืองแล้ว เทศบาลนครนครราชสีมาก็สามารถที่จะขอใช้พื้นที่ดังกล่าวนี้ มาพัฒนาเป็นพื้นที่สีเขียว สร้างปอดแห่งใหม่ให้แก่คนโคราช
ฉะนั้น ตนขอความกรุณาท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้โปรดพิจารณาจัดสรรงบประมาณ มาเพื่อการย้ายเรือนจํากลางนครราชสีมาออกไปนอกเมือง เพื่อประโยชน์ของทางราชการ และพี่น้องชาวโคราชต่อไปด้วย


