กลุ่มเกษตรกรชาวไร่มันสำปะหลังโคราชกว่า 200 ชีวิต บุกทำเนียบรัฐบาลยื่นหนังสือนายกรัฐมนตรีช่วยเร่งแก้ปัญหา เหตุเดือดร้อนหนักจากราคามันสำปะหลังตกสุดขีดในรอบ 3 ปี เหลือเพียง 1.80 บาท/ก.ก. โอดครวญมีต้นทุนแบก 2.50 บาท/ก.ก. หนำซ้ำยังมีการนำเข้าแป้งข้าวสาลีจากต่างประเทศ มาซ้ำเติมภาวะตลาดอาหารสัตว์ลดฮวบ

เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.67 นายสุเทพ ทันค้า ตัวแทนพี่น้องเกษตรผู้ปลูกมันสำปะหลัง 3 อำเภอ คือ อำเภอหนองบุญมาก อำเภอครบุรี และอำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา เดินทางมากว่า 200 คน พร้อมพี่น้อง เกษตรกรผู้ปลูกมันสําปะหลังในจังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดอื่นๆ ได้รับความเดือดร้อน จากราคามันสำปะหลังที่ตกต่ำและมีทิศทางราคา แย่ลงเรื่อย ๆ จากนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ ที่ไม่ดำเนินนโยบายปกป้องเกษตรกรและดูแลการค้าอย่างเป็นธรรม โดยเฉพาะการที่ผู้ประกอบการสมาคมอาหารสัตว์ ได้นำเข้าธัญพืชจากต่างประเทศ เช่น ข้าวสาลี ข้าว บาร์เลย์ และอื่นๆ โดยนำเข้าอย่างเงียบๆ มาใช้เลี้ยงสัตว์ในปริมาณมหาศาล และไม่แจ้งปริมาณที่ชัดเจน ทำให้ฟาร์มใหญ่ๆ ของนายทุนเลิกใช้ธัญพืชที่เกษตรกรไทยปลูก เช่น มันสำปะหลังเส้น ข้าวโพด กากมัน ทำให้วงจรการผลิต การแปรรูป หยุดชะงัก ผู้ประกอบการแปรรูปปิดกิจการ และลุกลามมาถึงเกษตรกรที่เป็นผู้ปลูก ไม่มีจุดเปิดรับซื้อ ราคาตกต่ำ ขายได้ในราคาขาดทุน


สร้างความเดือดร้อนให้แก่ พี่น้องเกษตรกรคนไทยและการค้าทั้งระบบ จนอาจจะต้องล้มละลาย สูญเสียศักยภาพด้านการผลิตและบั่นทอนอาชีพเกษตรกรไทย และการส่งออกมันสำปะหลัง เพื่อนำรายได้เข้าประเทศไทย ซึ่งในต่างประเทศ รัฐบาลเขาจะปกป้องผลประโยชน์ ของเกษตรกรกร กีดกันการนำเข้าสินค้าเกษตรที่ส่งผลต่อราคาและตลาดของสินค้าเกษตรภายในประเทศ ยกเว้น ขาดแคลน ไม่เพียงพอ หรือกรณีฉุกเฉินเท่านั้น


แต่ปัจจุบันนายทุนใหญ่ กลับได้รับการอำนวย ความสะดวกจากหน่วยงานราชการ กระทรวงพาณิชย์ ให้นำเข้าข้าวสาลี และสินค้าอื่นๆเข้ามา แบบไม่มีการกำหนด ปริมาณและได้รับสิทธิด้านภาษี จนสินค้าเกษตรไทย ขายแข่งไม่ได้ นับเป็นการรังแกเกษตรกรไทยอย่างเลือดเย็น อ้างแต่ความเดือดร้อนของธุรกิจตัวเอง และในอนาคตมีการเสนอให้ยกเลิกมาตรการปกป้องโควต้า 3:1 เพื่อเปิดทางให้นำเข้าข้าวสาลีอย่างเสรี อย่างนี้เราปลูกพืชแล้วจะไปขายให้ใคร นี่คือความเห็นแก่ตัวของกลุ่มนายทุนที่ไร้คุณธรรม


เราจึงมาร้องเรียนต่อภาครัฐ ให้ช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรคนไทยที่ กำลังสูญเสียความมั่นคงในอาชีพเกษตรกรรม พวกเราจึงมาขอให้รัฐบาลช่วยแก้ปัญหาให้ เกษตรกร ดังต่อไปนี้
1.ขอให้กระทรวงพาณิชย์ เอาใจใส่ดูแล ด้านการตลาด และมีมาตรการเชิงรุกอย่างจริงจัง ดูแลเสถียรภาพราคาหัวมันสด ให้อยู่ในระดับคุ้มทุน ที่ 25% ที่ ราคากิโล 3.50 ตลอด ฤดูกาล 2567/2568 เนื่องจากต้นทุนการเพาะปลูกของชาวไร่มันสำปะหลังสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง


2.ขอให้มีมาตรการดูแลผู้ประกอบการ ในภาคอุตสาหกรรมมันสำปะหลัง ส่งเสริมการค้าให้มีการขยายตลาดและควบคุมการนำเข้าสินค้าที่มีความอ่อนไหวต่อราคาสินค้าเกษตรภายในประเทศ โดยเฉพาะข้าวสาลีและอื่นๆ ที่ใช้เลี้ยงสัตว์ ที่ไม่จำเป็น เพราะประเทศไทยมีวัตถุดิบเพียงพอ


“ควรยกเลิกการนำเข้าข้าวสาลีเป็นระยะเวลา 2 ปี เพื่อให้เกิดเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตรไทย หากนำเข้าต้องมีเหตุจำเป็น เช่น กรณีขาดแคลน หรือฉุกเฉินเท่านั้น และต้องชี้แจงเหตุผลปริมาณอย่างเปิดเผยต่อเกษตรกร และควรใช้มาตรการภาษีกับข้าวสาลีแบบเดิม ที่ภายหลังกระทรวงพาณิชย์ไปยกเลิกภาษี และลดภาษีลงอย่างผิดปกติ เพื่อช่วยเหลือนายทุนรายใหญ่”



3.ให้กระทรวงพาณิชย์จัดระเบียบจุดรับซื้อพืชผลสินค้าเกษตรทุกชนิด สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรสำรวจและเปิดขึ้นทะเบียน ขออนุญาตเปิดจุดรับซื้อสินค้าเกษตรทั่วประเทศ โดยใช้กลไก คือพาณิชย์จังหวัดและเกษตรอำเภอ เพื่อช่วยดูแลความเป็นธรรมให้เกษตรกร ที่ผ่านมาเป็นหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ แต่กลับถูกปล่อยปละละเลยปล่อยให้มีการเปิดจุดรับซื้อสินค้าเกษตรเถื่อน นับพันแห่งทั่วประเทศ ไม่มีใบอนุญาต ไม่ตรวจสอบเครื่องชั่ง สุดท้ายพ่อค้าบางคน เอาเปรียบเกษตรกร กดราคา โกงตาชั่ง และปลอมปนสินค้า บางแห่งโกงเงิน ค่าสินค้า เบี้ยวหนี ไม่สามารถติดตามได้ จึงควรจัดระเบียบให้มีมาตรฐานอยู่ในระบบการค้าที่รัฐสามารถควบคุมตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้เกษตรกร


4.ขอให้กระทรวงเกษตรฯ จัดทำโครงการ ขุดเจาะน้ำบ่อน้ำบาดาล ฟรีให้แก่เกษตรกร และจัดทำโครงการโซล่าเซลล์ เพื่อการเกษตร ผ่าน ธ.ก.ส. โดยให้สินเชื่อปลอดดอกเบี้ย เป็นเวลา 2 ปี เพื่อทำระบบน้ำหยด เพื่อการเกษตรกรชาวไร่ พืชสวน แก้ปัญหาภัยแล้ง และการสร้างงาน เพิ่มรายได้ ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน
5.ให้กระทรวงเกษตรพิจารณาศึกษา แนวทางคืนสารพาราคอตให้แก่เกษตรกร เนื่องจากสารกลูโฟซิเนต ไม่มีประสิทธิภาพ เป็นอันตราย ต้องใช้ในปริมาณมาก เพิ่มต้นทุน เพิ่มภาระให้แก่เกษตรกร


6.ให้กระทรวงแรงงาน แก้ปัญหาแรงงานขาดแคลนในภาคเกษตรกรรม ให้สามารถขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว เพื่อภาคเกษตรโดยเฉพาะ ลดค่าธรรมเนียม ขั้นตอนที่ยุ่งยาก และสามารถนำแรงงานต่างด้าว มารายงานตัวในพื้นที่ อำเภอที่แรงงานทำงานมีมาตรการคุ้มครองแรงงาน และนายจ้างอย่างเป็นธรรมตามกฎหมาย
“พวกเราขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้มีบัญชา สั่งการเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทำงาน ช่วยเหลือแก้ไขปัญหาเพื่อคลายทุกข์ให้แก่เกษตรกร เพื่อให้เกษตรกร มีความสุข มีรายได้ มีความมั่นคงในอาชีพเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังในสมัยภายใต้การบริหารของท่านต่อไป”


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุเทพ ทันค้า ตัวแทนแกนนำเกษตรชาวไร่มันสำปะหลัง จังหวัดนครราชสีมา เป็นตัวแทนยื่นหนังสือ โดยมีนายสมคิด เอื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมืองมารับหนังสือร้องเรียนจากกลุ่มเกษตรกรดังกล่าว พร้อมรับปากว่าจะเสนอนายกรัฐมนตรีโดยเร็ว


ทางด้านนายวัฒนศักดิ์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน ให้สัมภาษณ์ ว่า มาตรการต่างๆ ทางรัฐบาลยังไม่ได้เปลี่ยนกรอบการนำเข้าแต่อย่างใด ยังคงมาตรการมา 3 ปีแล้ว และการนำเข้าก็อยู่ในอัตราส่วน 3/1 ของการนำเข้าข้าวสาลี เพื่อมาแปรรูปเป็นอาหารสัตว์ ส่วนมันราคาตกต่ำนั้นมาจากปัญหาภัยแล้งเป็นหลัก ทางรัฐบาลจะหาทางช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรต่อไป




