
จากคนเบื้องหลังเรื่องราวในวงการเกม สู่การสร้างโลกดาร์กแฟนตาซีในแบบฉบับของตัวเอง ! “ธาตรี ช่างเหล็ก” นักสร้างสรรค์เรื่องเล่าชาวโคราช กำลังก้าวสู่บทบาทใหม่ในฐานะนักเขียนอิสระ กับ “เบลสซินเนอร์: ประกายศรัทธา” นิยายดาร์กแฟนตาซี 5 เล่มจบ ที่เขาทุ่มเทสร้างสรรค์ด้วยตัวเองทุกขั้นตอน
อะไรคือแรงผลักดันที่ทำให้เขาตัดสินใจเปลี่ยนประสบการณ์จากโลกสารคดีและเกม มาเป็นเรื่องราวแฟนตาซีที่เต็มไปด้วยปริศนา ศรัทธา และการต่อสู้ในโลกอันโหดร้าย ? โคราชฟอรั่มออนไลน์ ชวนไปทำความรู้จักตัวตน แนวคิด และเบื้องหลังการสร้างผลงานของนักเล่าเรื่องที่กำลังเริ่มต้นบทใหม่บนเส้นทางนักเขียน .. ..

.. ..หากพูดถึงนักสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่มีประสบการณ์เก๋าและโปรไฟล์หลากหลายในโคราช ธาตรี ช่างเหล็ก คือหนึ่งในชื่อที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ด้วยเส้นทางอาชีพที่สั่งสมทักษะการเล่าเรื่อง (Storytelling) มาอย่างโชกโชนผ่านสื่อหลายรูปแบบ อาทิ
- 13 ปี ในวงการสารคดี ผ่านบทบาทโปรดิวเซอร์ ผู้กำกับ,ตัดต่อวีดีโอ และผู้บรรยายรายการสารคดีท้องถิ่น “ภาพชีวิต” ทางช่อง KCTV เคเบิลทีวีของโคราช
- นักเขียนบทการ์ตูนไทย ฝากผลงานแต่งเรื่องและเขียนเนมสตอรี่บอร์ดให้กับการ์ตูนไทยเรื่อง “H.O.S” (สยามอินเตอร์คอมิกส์) รวม 3 เล่มจบ
- 6 ปี+ ในฐานะ Story Writer & Narrative Designer วงการเกม: ผู้อยู่เบื้องหลังการสร้างโลก (Worldbuilding) วางโครงเรื่อง ออกแบบภารกิจ และเขียนบทสนทนาให้กับโปรเจกต์เกมมากมาย
การเดินทางผ่านวงการสื่อมานับ 2 ทศวรรษ กลายเป็นรากฐานสำคัญเมื่อเขาก้าวสู่การเป็น นักเขียนอิสระ โดยนำเอาสายตาที่ละเอียดอ่อนของคนทำสารคดี มารวมเข้ากับทักษะและความคิดสร้างสรรค์ของคนเขียนบทเกม จนกลายมาเป็นนิยายดาร์กแฟนตาซีเรื่องแรกในชีวิตอย่าง เบลสซินเนอร์: ประกายศรัทธา ผลงานดาร์กแฟนตาซีเรื่องยาว 5 เล่มจบ ที่ประเดิมเล่มแรกโดยเจ้าตัวทุ่มเททำเองทุกขั้นตอนตั้งแต่การแต่งเนื้อเรื่อง จัดรูปเล่ม ไปจนถึงการวาดภาพปกด้วยตนเอง และยังมีจำหน่ายอย่างเป็นทางการครั้งแรกใน งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2569 ที่บูธของสำนักพิมพ์ไก่3 บูธ G32 และ K14

จากโปรดิวเซอร์สารคดี 13 ปี และคนเขียนบทเกม 6 ปี อะไรคือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ตัดสินใจก้าวเข้าสู่วงการนักเขียนอิสระเต็มตัว?
ผมเคยทำสารคดีส่งประกวดอยู่ 2 ปี จากนั้นก็มาทำรายการสารคดี ‘ภาพชีวิต‘ ทาง KCTV อีก 11 ปี รวมแล้วก็อยู่ในวงการสารคดีมา 13 ปี จนยุคเคเบิลทีวีซบเซา ก็เป็นช่วงโควิด 19 ที่ผมตัดสินใจย้ายไปทำงานข้ามสายข้ามเป็น Story Writer & Narrative Designer ในวงการเกมอีก 6 ปี งานเขียนบทเกมสนุกและท้าทายมาก แต่เมื่อวันหนึ่งโชคชะตาหมุนเวียนให้ต้องเริ่มต้นใหม่ ผมเลยเลือกเดินหน้าในฐานะ นักเขียนอิสระ เพราะเป็นงานที่ได้ใชัจินตนาการและเป็นตัวของตัวเองมากที่สุด จุดเริ่มต้นที่ตัดสินใจเขียนจริงจังเกิดขึ้นเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว หลังจากกลับจากงานศพผู้ใหญ่ที่เคารพ มันทำให้คิดได้ว่าชีวิตคนเรามันสั้น อยากทำอะไรก็ควรรีบก่อนจะไม่มีโอกาสได้ทำครับ
สายตาของคนทำสารคดีที่เฝ้าสังเกตชีวิตมนุษย์ กับทักษะ Story Writer ที่ต้องวางระบบโลกในเกม ช่วยหล่อหลอมวิธีเขียนนิยายของคุณอย่างไร?
งานสารคดีฝึกให้ผมเป็นนักสังเกตการณ์ ที่พยายามนำเสนอมุมมองใหม่และจับอารมณ์ของผู้คน ส่วนงาน Story Writer ในวงการเกม อธิบายง่ายๆคือการเขียนบทเกม คล้ายเขียนบทหนัง แต่เวลาเขียนต้องคำนึงถึงอิสระของทางเลือก และระบบการเล่นด้วย ผมได้เรียนรู้การสร้างโลก (Worldbuilding) อย่างรัดกุม เมื่อนำประสบการณ์จากงานสองแบบนี้มารวมกัน ทำให้ผมได้เขียนนิยายที่มีระบบหลังบ้านที่แน่น ดำเนินเรื่องอย่างมีเหตุมีผล แต่แฝงความขัดแย้งทางอารมณ์และมิติตัวละคร โดยไม่วอกแวกหรือหลุดประเด็น เพราะผมกำหนดเรื่องไว้หมดแล้ว

ทราบมาว่านิยายเรื่อง เบลสซินเนอร์: ประกายศรัทธา เริ่มจากการทำพอร์ตโฟลิโอส่วนตัวเพื่อแก้ปัญหาติดสัญญา NDA ในวงการเกม อะไรทำให้โปรเจกต์นี้งอกเงยกลายเป็นนิยายเรื่องยาว 5 เล่มจบได้ ?
คนทำงานเกมมักจะติดสัญญา NDA (สัญญารักษาความลับ ห้ามเปิดเผยข้อมูลทางธุรกิจ) ซึ่งส่วนมากก็รวมถึงผลงานทุกชิ้นที่ทำกับบริษัท เมื่อผมออกมาจากบริษัทแล้ว เวลาจะไปสมัครงานที่อื่นผมก็ต้องมีพอร์ตโฟลิโอ ทีนี้มันก็อ้างได้แค่ชื่อเกมที่เคยทำกับตัวอย่างนิดหน่อย ทั้งที่จริงผมน่ะเขียนงานไปหลายร้อยหน้า มีปัญหาตรงจะเอาไปโชว์ใครก็ไม่ได้เพราะติดสัญญา แต่ถ้าผมทำผลงานส่วนตัวขึ้นมาเอง ผมก็เปิดเผยได้เต็มที่ ผมก็เลยเลือกทำผลงานใหม่เขียนเป็นนิยายแฟนตาซีดีกว่า เพราะตอนทำงานเกมก็เกี่ยวกับแฟนตาซีอยู่แล้ว พูดง่ายๆคือผมยังอินกับมันอยู่
ธีมเรื่องของ เบลสซินเนอร์ คือการต่อสู้ระหว่าง “เด็ก” กับ “ผู้ใหญ่” คุณต้องการสื่อสารอะไรถึงผู้อ่าน ?
ปกติผมชอบเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กอยู่แล้ว พอผมมีลูก (มีลูกชายและลูกสาว 2 คน) ผมก็คิดมาตลอดว่าอยากเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับพี่ชายและน้องสาว ที่สะท้อนถึงความบริสุทธิ์ การเอาชีวิตรอดในโลกที่โหดร้าย ผมต้องการสื่อสารเรื่อง ความบริสุทธิ์และสายสัมพันธ์พี่น้องที่ไม่มีวันยอมแพ้ต่อโชคชะตา แม้ต้องเติบโตและผจญภัยในโลกของผู้ใหญ่ที่เต็มไปด้วยคำลวงและการกดขี่

พลัง “พรหยั่งรู้” ของตัวเอกในเรื่องที่ยิ่งใช้ยิ่งกัดกินพลังชีวิต และมีโควตาใช้งานเหมือนระบบ Token มีที่มาจากอะไร ?
มีที่มาจาก AI ในปัจจุบันครับ ไอเดียของเรื่องนี้คือ จะเกิดอะไรขึ้นถ้ามีพลังเหมือน AI อยู่ในสมองที่สามารถถามอะไรก็ได้ แต่มีโควตาจำกัดในแต่ละวัน เชื่อมโยงกับชื่อ Blessiner มาจากการรวมคำว่า Bless (พร) และ Sinner (คนบาป) หมายถึงผู้ที่ได้รับทั้งพรและบาปจากพระเจ้า ตัวเอกเป็นเด็กที่ไม่มีพลังกายภาพ ได้รับพรหยั่งรู้ที่บอกความจริงแท้จากความว่างเปล่า แต่พรนี้มีโควตาใช้งานจำกัดเหมือนระบบ Token ใน AI และยิ่งเค้นเอาคำตอบก็ยิ่งกัดกินพลังชีวิตจนเกิดผลกระทบรุนแรง ตัวเอกจึงต้องใช้สติปัญญาและกลยุทธ์วางแผนอย่างระมัดระวัง ความสนุกก็คือตัวเอกเป็นเด็ก เขาก็จะคิดอะไรแบบเด็กๆ ก็จะไม่ได้ใช้ระบบที่ซับซ้อนอะไร
หนังสือเล่มนี้เล่าเรื่องด้วยสไตล์เหมือนกำลังดูทีวีซีรีย์ คุณตั้งใจให้เป็นแบบนั้น ?
ครับ ผมอยากให้ผู้อ่านรู้สึกเหมือนกำลังนั่งดูทีวีซีรีส์ อันที่จริงน่าจะเหมือนอนิเมะซีรีย์มากกว่า เพราะมันก็แฟนตาซี ผมชอบสื่อพวกนี้อยู่แล้ว เวลาเขียนผมสนุกและลุ้นไปกับมันทุกตอน ไม่งั้นเบื่อตาย ถ้าไม่ได้วางแผนการเขียนแบบนี้ ผมคงเขียนไม่จบแน่ ผมตั้งใจเขียนให้ยาวทั้งหมด 5 เล่มจบ แต่ละเล่มก็ยาว 12 ตอน ก็เหมือนทีวีซีรีส์ที่มี 5 ซีซั่น แต่ละซีซั่นมีคลี่คลายปม เพราะฉะนั้นลองอ่านเล่มแรกได้ครับ มันจบในเล่มนั่นแหล่ะ

การลงมือทำเองทุกขั้นตอนตั้งแต่เขียนเนื้อเรื่อง จัดหน้า ทำไฟล์ อีบุ๊ก ไปจนถึงการวาดรูปปกด้วยตนเอง มีความท้าทายอย่างไรบ้าง ?
จะเป็นประสาทเอาครับ ผมไม่เคยทำจริงจังแบบนี้มาก่อนไง การทำเองทั้งระบบดิจิทัล (E-book) และรูปเล่ม ทำให้ผมต้องอ่านต้นฉบับตัวเองซ้ำๆ ไม่ต่ำกว่า 20 รอบ เพื่อตรวจคำผิดและตัดคำให้ลงบรรทัดพอดี มันก็ยังมีข้อติแหล่ะ แต่ความภาคภูมิใจคือผมลงมือเขียน วาดรูปปก และจัดหน้าด้วยตัวเอง 100% ครับ
ในฐานะนักเขียนอิสระ คุณมองโอกาสการเติบโตของตนเองอย่างไร ?
ก็ต้องเรียนรู้ไปเรื่อย คนที่จะอยู่รอดในวงการนี้ได้คุณต้องมีฐานแฟนคลับเหนียวแน่น ซึ่งผมไม่มี ฮาๆ ก็ต้องเขียนต่อไป ใช้ผลงานตัวเองนี่แหล่ะครับเป็นข้อพิสูจน์ เชื่อไหม ตอนนี้ผมวางแผนเขียนผลงานเล่มใหม่ประมาณ 8 เล่ม แบบไม่ซ้ำแนวกันเลย เหตุผลเพราะไม่รู้เหมือนกันว่าคนอ่านจะชอบแบบไหน แต่ตัวผมน่ะชอบหลายแนวมาก ก็อยากจะทดลองดู

อยากฝากอะไรถึงผู้อ่านที่สนใจ เบลสซินเนอร์: ประกายศรัทธา ?
ฝากผลงานแนวดาร์กแฟนตาซีของนักเขียนไทยมือใหม่ในวงการ แต่เก่ามาจากวงการอื่นด้วยนะครับ ผลงานเรื่องนี้ผมตั้งใจและสนุกกับมันมาก อยากให้มาสนุกด้วยกัน สามารถเลือกอ่านได้ทั้งแบบ E-book และรูปเล่ม สำหรับ E-book มีขายตามแอปพลิเคชัน Meb, Naiin, Hytexts ส่วนแบบเล่มตอนนี้ก็เริ่มขายวันนี้แล้วในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 ที่บูธ G32 ของสำนักพิมพ์ไก่3 หรือใครไม่สะดวกไปซื้อในงานก็มีขายใน Shopee และทักในเฟสบุ๊คผมได้เลยโดยตรงชื่อ ธาตรี ช่างเหล็ก ครับ ขอบคุณครับ .. ..
ข้อมูลเพิ่มเติม : www.thatree.com/locon