ข่าวสังคม » ราชการ » ม.ราชภัฏโคราช นำขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ 5 ดี วิถีคนโคราช ยกระดับมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ KORAT Organic Standard

ม.ราชภัฏโคราช นำขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ 5 ดี วิถีคนโคราช ยกระดับมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ KORAT Organic Standard

4 กันยายน 2023
624   0

มหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา ร่วมภาคีเครือข่ายลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU)การขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ 5 ดี วิถีคนโคราช ภายใต้โครงการวิจัยพัฒนาระบบการบริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมในพื้นที่องค์กรปกครองท้องถิ่นขนาดเล็ก

วันนี้ (4 กันยายน 2566) มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ร่วมกับ สำนักงานจังหวัดนครราชสีมา, สำนักงานเกษตรจังหวัดนครราชสีมา, สำนักงานท้องถิ่นจังหวัดนครราชสีมา, สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครราชสีมา,  สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา, สำนักงานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา และ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 8 แห่ง จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ 5 ดี วิถีคนโคราช โครงการพัฒนาระบบการบริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัลในการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ 5 ดี วิถีคนโคราช

นายภูมิสิทธิ์ วังคีรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา

เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมในพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดเล็กจังหวัดนครราชสีมา ณ ห้องประชุมสุวัจน์ ลิปตพัลลภ 2 อาคารยุพราชเบญจมงคล (อาคาร 31) มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา โดยได้รับเกียรติจาก นายภูมิสิทธิ์  วังคีรี  รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในพิธีพร้อมปาฐกถาพิเศษ เรื่องการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ 5 ดี วิถีคนโคราช จากนั้นเป็นการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ การขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ 5 ดี วิถีคนโคราช

มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาดำเนินโครงการพัฒนาระบบการบริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัลในการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ 5 ดี วิถีคนโคราชเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมในพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดเล็กจังหวัดนครราชสีมา มีพื้นที่นำร่อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 8 แห่ง ได้แก่ 1 อบต.ด่านจาก ตำบลด่านจาก อำเภอโนนไทย  2.อบต.ตำบลพันชนะ อำเภอด่านขุนทด 3. อบต.ท่าจะหลุง อำเภอโชคชัย 4.อบต.หนองบุญมาก อำเภอหนองบุญมาก  5.อบต.คูขาด อำเภอคง 6.อบต.สามเมือง อำเภอสีดา 7อบต.หินดาด อำเภอห้วยแถลง 8.อบต.ตำบลตลาดไทร อำเภอประทาย

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รัฐกรณ์ คิดการ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา

ที่จะร่วมการวิจัยและพัฒนาในการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ 5 ดีวิถีคนโคราช ผ่านองค์ความรู้และกลไกการเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงานสู่ระบบดิจิทัลอย่างเหมาะสม ด้วยระบบสารสนเทศเชิงพื้นที่ GISKOS (Geoinformatics Korat Organic Standard)  ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมและการถ่ายทอดองค์ความรู้ นวัตกรรม สู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเครือข่าย ให้เกิดกลไกการพัฒนาระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน สร้างความเจริญและลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมในพื้นที่ตามเป้าหมายการพัฒนาเมืองโคราชน่าอยู่ที่ยั่งยืนต่อไป

โดยมีคณะกรรมการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ขั้นพื้นฐานจังหวัดนครราชสีมา (KOS) และมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำหน้าที่คอยหนุนเสริมและกำกับติดตามเพื่อให้บรรลุตามเป้าหมาย จะทำให้เห็นการปฏิบัติงานและการทำงานร่วมกันโดยใช้กระบวนการวิจัยและพัฒนาเพื่อยกระดับการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ 5 ดีวิถีคนโคราช สู่กระบวนการปฏิบัติ หรือระบบงานด้านมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ขั้นพื้นฐานจังหวัดนครราชสีมา (KOS) ในองค์กรให้มีความทันสมัยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล GISKOS ที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและยั่งยืนต่อการพัฒนาพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา

โดยแนวคิด “เกษตรอินทรีย์ 5 ดี วิถีคนโคราช มีดังนี้
1.พันธุ์ดี  ใช้พันธุ์ดีที่ไม่มีสารเคมี ผลิตเมล็ดพันธุ์ใช้เอง

2. ดินดี  ปรับปรุงด้วยอินทรียวัตถุ ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี

3. น้ำดี  ใช้น้ำสะอาด ไม่ปนเปื้อนสารเคมี

4. จัดการดี กระบวนการผลิตที่ไม่ใช้สารเคมี ปุ๋ยเคมี ผลผลิตปลอดภัย

5. คนดี มีความซื่อสัตย์ทำเกษตรอินทรีย์ด้วยใจรัก มีความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่น

คุณสมบัติของเกษตรกรที่จะสมัครเพื่อขอการรับรองตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ขั้นพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา (Korat Organic Standard:KOS) มีดังนี้

1.เป็นเกษตรกรผู้ผลิตพืชผักโดยไม่ใช้สารเคมี

2.มีพื้นที่การปลูกพืชผักอินทรีย์

3.มีความสมัครใจ และพร้อมปฏิบัติตามคำแนะนำตามมาตรฐาน KOS

4.ต้องการการรับรองมาตรฐาน KOS เพื่อสาร้งาความเชื่อมั่นในผลผลิตที่ปราศจากสารเคมีให้ผู้บริโภค

ปัจจุบันมีกลุ่มที่ผ่านการประเมินแล้วและได้ใบรับรองมาตรฐาน KOS จำนวน 478 ราย พื้นที่ 2,068 ไร่ และมีเกษตรกรสมัครเข้าร่วมการตรวจรับรองที่รอการประเมินอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีเกษตรกรรายย่อยที่ให้ความสนใจและต้องการเข้าร่วมปรับเปลี่ยนแนวทางการผลิตเพื่อให้ได้องค์ความรู้ การลดต้นทุนและต้องการมีรายได้เพิ่มขึ้นเพื่อการพึ่งพาตนเอง เริ่มดำเนินการและเตรียมสมัครกระจายอยู่ทุกพื้นที่ 32 อำเภอ