SPECIAL » บทความ » คนจน​ คือใคร ?

คนจน​ คือใคร ?

10 ตุลาคม 2023
1122   0

“ทวิสันต์  โลณานุรักษ์” นักวิชาการอิสระ เขียนบทความแสดงทัศนะความคิดเห็นต่อการแจกเงินดิจิทิล 10,000 ของรัฐบาล “นายกเศรษฐา” รัฐบาลมีเจตนาที่ดี​ อยากช่วย “คนจน”  แต่รัฐบาลต้องมีความละเอียดอ่อนในการเข้ามาแก้ไข​ปัญหานี้  ติดตามอ่าน นิยามคำว่า “คนจน คือใคร “

นิยามคำว่า “คนจน” ภาครัฐเขากำหนดที่รายได้​ และเปิดการลงทะเบียนคนจนกัน​ ล่าสุดมีคนแย่งกันเป็นคนจนถึง 22 ล้านคน​ แต่คัดคนจนจริงๆ ได้แค่​ 14​ ล้านคน​หรืออาจเป็นเพราะข้อมูลชุดนี้ที่ทำให้เกิดโครงการแจกเงินทั่วหน้า 46 ล้านคน จะได้รับกันให้ครบ ๆ เสียงเชียร์ให้แจกจึงมีมากมาย แม้นแต่พระสงฆ์องคเจ้าท่านก็ถามนายกขณะเดินทางมาเยี่ยมประชาชนที่ภาคอีสาน​ ว่าเมื่อไรจะได้​เงิน นายกยืนยันหนักแน่นว่า​ แม้นจะมีคนค้าน แต่ก็เป็นส่วนน้อยกว่าคนที่อยากได้​ รัฐบาลจึงขอยึดเอาเสียงข้างมาก

“คนจน”  มุมมองของภาคประชาชน​ที่อาจต่างจากภาครัฐ​ ประชาชนเห็นว่า “คนจน” มีแค่​ 2 ประเภทเท่านั้น​ หากใครค้นพบและแยกแยะได้​ จะช่วยให้การแก้ปัญหาคนจนสัมฤทธิ์ผลมากกว่าการหว่านแห​ คนจน 2 ประเภทคือ

1.)​  คนจนเพราะเขาขาดโอกาส

กลุ่มนี้เกิดมาก็จนเลย​ เช่นเกษตรกรที่ประสบปัญหาภัยแล้ง​ ปัญหาการตลาดที่คนกลางร่ำรวยกว่าคนปลูก​ เพราะเขาขาดอำนาจการต่อรอง​ กลุ่มขายแรงงานราคาถูก เพราะไม่มีโอกาสเล่าเรียน​ พ่อค้าแม่ค้ารายย่อยไม่มีทุนต้องอาศัยเงินกู้นอกระบบดอกเบี้ยมหาโหด​ กลุ่มที่ขาดโอกาส พวกนี้จะมีปัจจัย 4 ไม่ครบ​ เช่น​ ไม่มีที่อยู่อาศัย​ ป่วยไข้ไม่มีเงินไปหาหมอ​ อาหารการกินไม่ครบหมู่ แต่ต้องใช้พลังงานทำงานหนัก​ ของใช้เครื่องนุ่งห่มก็มีจำกัด เช่น หน้าหนาวไม่มีผ้าห่ม​ ไม่สามารถที่จะดูแลคนในครอบครัวได้​ นี่คือสภาวะของคนจนที่ขาด “โอกาส”

2.) คนที่มีโอกาส​ แต่”จน”

กลุ่มนี้กำลังเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมไทย​ พวกเขามีการศึกษา​ มีงานทำ​ มีอาชีพ​ มีที่อยู่อาศัย​ แต่ด้วยไลฟ์สไตล์ต้องใช้เงินมากกว่าที่หาได้​ จึงมีหนี้สินล้นพ้นตัว​ บางอาชีพเกษียณไปแล้วยังใช้หนี้กันไม่หมด​ หลายคนมีรถยนต์​ แต่ไม่มีเงินเติมน้ำมัน​ คดีความเรื่องผิดสัญญาเงินกู้เต็มโรงศาล​ หนี้ไม่เกิน 3 แสนบาทก็ไปขึ้นศาลแขวง​ หนี้ที่เกินก็ไปศาลจังหวัด​ ไกล่เกลี่ยกันอย่างไรก็ไม่มีวันจบ​ เพราะลูกหนี้ไม่มีเงิน​จ่าย แม้นเจ้าหนี้จะผ่อนปรนอย่างไร ลูกหนี้ก็ทำไม่ได้ ทำได้แค่ประวิงเวลาไป​  นี่คือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น​ คำว่า NPL หรือหนี้เสียท่วมสถาบันการเงิน ​แล้วทำให้ธนาคารเองก็พลอยลำบากไปด้วย เพราะขาดสภาพคล่อง​ คนที่มีโอกาสกลุ่มนี้​เป็นคนที่มีหนี้มากที่สุด เพราะเขามีเครดิต​ บางคนเงินเดือนไม่มากแต่มีบัตรเครดิตมากกว่า 1 ใบก็มี​ การใช้เงินที่ขาดวินัย ทำให้คนกลุ่มนี้มีความเครียดกว่ากลุ่มแรก​ สถิติการฆ่าคัวตายจึงสูงขึ้น​ เพราะเขาไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจในครอบครัวได้

รัฐบาลมีเจตนาที่ดี​ อยากช่วย “คนจน”  แต่รัฐบาลต้องมีความละเอียดอ่อนในการเข้ามาแก้ไข​ปัญหานี้ การใช้เงินจำนวนมากมาโยนให้แล้วจบ​ อาจเป็นการทิ้งปัญหาและเป็นภาระต่อคนไทยทุกคน​ หรือที่เราเรียกว่า “ได้ไม่เท่าเสีย” การเล่นสนุกเกอร์​  นักกีฬาเขาแทงลูกแรก​ แต่เขาอ่านเกมส์ไปถึงลูกที่ 2 และที่ 3 ด้วย  การไม่วางแผนที่ดีอาจแพ้ทั้งโต๊ะ​  รัฐบาลลองใช้ “สนุกเกอร์โมเดล”  แก้ปัญหาคนจนดูบ้าง​ เพราะเราใช้คำว่าถอดบทเรียนกันมากเกินไปแล้ว​  ผิดก็ถอดกันใหม่​ เหมือนรายการไม่ลองไม่รู้​ พอรู้ก็สายไปเสียแล้ว​ คำว่า “วัวหายแล้วล้อมคอก” มันก็กลับมาวนเวียนไม่รู้จักจบ​สิ้น เหมือนกับการแก้ปัญหาภัยแล้ง​ ปัญหาน้ำท่วม​ เราเอา “งบประมาณ”  นำปัญหา​ ยิ่งแก้ก็ยิ่งจน​ แก้กันทุกปีไม่มีวันจบ

ฝากรัฐบาลเศรษฐา ให้ท่านกล้าๆ ตัดสินใจด้วยตัวท่านเอง​ ในฐานะนายกรัฐมนตรี​  ที่อดีตตอนท่านเป็น​ CEO​ ภาคเอกชนเคยทำได้​ แต่วันนี้คนชักเริ่มไม่แน่ใจว่าท่านคือเศรษฐาคนเดิม​ หรือเปล่า ?

……………………………………..

ทวิสันต์ โลณานุรักษ์
10 ตุลาคม 2566