นโยบายแจกเงินทั่วหน้าของ “พรรคเพื่อไทย” สร้างปัญหาด้านเครดิตให้พรรคอย่างต่อเนื่อง ผู้จะให้เงิน คือ”พรรคเพื่อไทย” ที่ประกาศเป็นนโยบายหลัก แต่ไม่สามารถทำได้ ผิดนัดมาแล้วถึง 3 ครั้ง เพราะเจออุปสรรคด้านกฎหมายที่เกรงจะซ้ำรอยโครงการจำนำข้าว ที่มีข้าราชการนักการเมืองและพ่อค้าติดคุกกันหลายคน

การประชุมบอร์ดดิจิทัลล่าสุด นายกฯ ถามหาผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ท่านไม่ได้มาร่วมประชุมด้วย แต่วันรุ่งขึ้นท่านผู้ว่าไปประชุมกับ BOI ได้ เรื่องนี้สะท้อนว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย ยังไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล หรือเปล่า?
วันที่ 10 เมษายนนี้ “นายกฯเศรษฐา” ประกาศว่าคนไทยจะเสร็จสิ้นการรอคอยแน่นอน เงิน 10, 000 บาทจะได้รับกันในปลายปี
แต่นายกฯยังตอบไม่ได้ว่าจะเอาเงิน 500,000 ล้านมาจากไหน จะออกเป็น พรก.กู้เงิน หรืออาศัย พรบ.ใช้งบประมาณแผ่นดิน จะเอามาจากไหนก็ตาม มันเป็นหนี้สาธารณะเหมือนกัน ขณะนี้ พรบ.หนี้สาธารณะเราตั้งไว้ห้ามเกิน 70% ของ จีดีพี.ใช้ไปแล้ว 62%
เงิน 500,000 ล้านบาท รัฐบาลเชื่อว่าจะช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจในระยะสั้นได้ หากแก้ไม่สำเร็จจะเกิดอะไรขึ้นกับเสถียรภาพของประเทศไทย เพราะงบประมาณขาดดุล คือปัญหาที่ยังแก้ไม่ได้ หากใช้เงินจาก พรบ.งบประมาณ เราก็ต้องทำงบขาดดุลเพิ่มขึ้นอีก ทุกวันนี้งบประมาณของเราต้องตั้งมาเพื่อชำระเงินต้นที่กู้มา และดอกเบี้ยปีละหลายหมื่นล้าน
ข้าราชการยังคงกังวลใจต่อโครงการนี้มาก เพราะนักวิชาการด้านกฎหมายอย่าง “อาจารย์เจษฏ์ โทณะวณิก” เตือนว่าระวังจะมีคนติดคุกกันมากมาย ปปช.ก็ตั้งกรรมการติดตามโครงการนี้อย่างใกล้ชิด นี่คืออีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้โครงการนี้ล่าช้า
หันมาดูด้านผู้รอรับเงิน 10,000 บาท ประชาชนใจจดใจจ่อมานานแล้ว นายกฯไปไหน จะถูกประชาชนทวงถามเสมอ หากโครงการนี้ทำไม่สำเร็จย่อมเป็นตราบาปของ “นายกฯเศรษฐา” เรียกว่าตายก็ตาไม่หลับ
รัฐบาลมีภาระหนี้อยู่แล้ว จะเรียกว่าชักหน้าไม่ถึงหลังก็ว่าได้ โรงพยาบาลชุมชนยังขาดงบดูแลประชาชน เงินอุดหนุนค่าน้ำมัน ค่าไฟฟ้า เหล่านี้ล้วนเป็นภาระที่หนักอยู่แล้ว ถ้ากู้เงิน 500,000 ล้านอีกย่อมทำให้รัฐบาลไม่มั่นคงได้ เรื่องนี้ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย คงมีความวิตกกังวลอยู่
ประชาชนในยุคข้าวยากหมากแพง คงอยากได้เงิน 10,000 บาท แต่ถ้าได้มาแล้วอาการป่วยทางเศรษฐกิจยังไม่ดีขึ้น อาจมีโรคแทรกซ้อนที่จะยิ่งรักษาได้ยากขึ้น การมองอะไรด้านเดียว ย่อมถือเป็นความเสี่ยง รัฐบาลในฐานะผู้นำประเทศจะพาคนไทยไปทางไหน ต้องคิดหน้าคิดหลังให้รอบด้าน
จะสิ้นสุดการรอคอย หรือจะต้องคอยกันต่อไป วันที่ 10 เมษายนนี้ คงได้รู้กัน
………………………………………
ทวิสันต์ โลณานุรักษ์
ประธานกิตติมศักดิ์หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา
1 เมษายน 2567