SPECIAL » บทความ » สิ้นสุดการรอคอย​ “เงินดิจิทัล​ 10,000 บาท”

สิ้นสุดการรอคอย​ “เงินดิจิทัล​ 10,000 บาท”

1 เมษายน 2024
587   0

นโยบายแจกเงินทั่วหน้าของ “พรรคเพื่อไทย”​ สร้างปัญหาด้านเครดิตให้พรรคอย่างต่อเนื่อง ผู้จะให้เงิน​ คือ”พรรคเพื่อไทย” ​ที่ประกาศเป็นนโยบายหลัก​ แต่ไม่สามารถทำได้​ ผิดนัดมาแล้วถึง​ 3 ครั้ง​ เพราะเจออุปสรรคด้านกฎหมายที่เกรงจะซ้ำรอยโครงการจำนำข้าว​ ที่มีข้าราชการนักการเมืองและพ่อค้าติดคุกกันหลายคน

การประชุมบอร์ดดิจิทัลล่าสุด นายก​ฯ ถามหาผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย​ ที่ท่านไม่ได้มาร่วมประชุมด้วย​ แต่วันรุ่งขึ้นท่านผู้ว่าไปประชุมกับ BOI ได้​ เรื่องนี้สะท้อนว่า​ ธนาคารแห่งประเทศไทย​ ยังไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล​ หรือเปล่า?

วันที่ 10  เมษายนนี้​  “นายกฯเศรษฐา”​  ประกาศว่าคนไทยจะเสร็จสิ้นการรอคอยแน่นอน​ เงิน 10, 000​ บาทจะได้รับกันในปลายปี

แต่นายกฯยังตอบไม่ได้ว่าจะเอาเงิน  500,000  ล้านมาจากไหน​ จะออกเป็น​ พรก.กู้เงิน​ หรืออาศัย​ พรบ.ใช้งบประมาณแผ่นดิน​ จะเอามาจากไหนก็ตาม​ มันเป็นหนี้สาธารณะเหมือนกัน​ ขณะนี้​ พรบ.หนี้สาธารณะเราตั้งไว้ห้ามเกิน​ 70% ของ​ จีดีพี.ใช้ไปแล้ว​ 62%

เงิน​ 500,000​ ล้านบาท​ รัฐบาลเชื่อว่าจะช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจในระยะสั้น​ได้ หากแก้ไม่สำเร็จ​จะเกิดอะไรขึ้นกับเสถียรภาพของประเทศไทย​ เพราะงบประมาณขาดดุล คือปัญหาที่ยังแก้ไม่ได้ หากใช้เงินจาก​ พรบ.งบประมาณ​ เราก็ต้องทำงบขาดดุลเพิ่มขึ้น​อีก ทุกวันนี้งบประมาณของเราต้องตั้งมาเพื่อชำระเงินต้นที่กู้มา​ และดอกเบี้ย​ปีละหลายหมื่นล้าน

ข้าราชการยังคงกังวลใจต่อโครงการนี้มาก​ เพราะนักวิชาการด้านกฎหมายอย่าง “อาจารย์เจษฏ์​  โทณะวณิก”​ เตือนว่าระวังจะมีคนติดคุก​กันมากมาย ปปช.ก็ตั้งกรรมการติดตามโครงการนี้อย่างใกล้ชิด​ นี่คืออีกสาเหตุหนึ่ง​ที่ทำให้โครงการนี้ล่าช้า

หันมาดูด้านผู้รอรับเงิน​  10,000​ บาท​  ประชาชนใจจดใจจ่อมานาน​แล้ว นายกฯไปไหน​ จะถูกประชาชนทวงถามเสมอ​ หากโครงการนี้ทำไม่สำเร็จย่อมเป็นตราบาปของ “นายกฯเศรษฐา”​ เรียกว่าตายก็ตาไม่หลับ

รัฐบาลมีภาระหนี้อยู่แล้ว​ จะเรียกว่าชักหน้าไม่ถึงหลังก็ว่าได้​ โรงพยาบาลชุมชนยังขาดงบดูแลประชาชน​ เงินอุดหนุนค่าน้ำมัน​ ค่าไฟฟ้า​ เหล่านี้ล้วนเป็นภาระที่หนักอยู่แล้ว​ ถ้ากู้เงิน​ 500,000​ ล้านอีกย่อมทำให้รัฐบาลไม่มั่นคงได้  เรื่องนี้ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย​ คงมีความวิตกกังวลอยู่

ประชาชนในยุคข้าวยากหมากแพง​ คงอยากได้เงิน​ 10,000​ บาท​ แต่ถ้าได้มาแล้วอาการป่วยทางเศรษฐกิจยังไม่ดีขึ้น​ อาจมีโรคแทรกซ้อนที่จะยิ่งรักษาได้ยากขึ้น​ การมองอะไรด้านเดียว​ ย่อมถือเป็นความเสี่ยง​ รัฐบาลในฐานะผู้นำประเทศจะพาคนไทยไปทางไหน​ ต้องคิดหน้าคิดหลังให้รอบด้าน

จะสิ้นสุดการรอคอย​ หรือจะต้องคอยกันต่อไป​ วันที่ ​10 เมษายนนี้​ คงได้รู้กัน

………………………………………

ทวิสันต์  โลณานุรักษ์  

ประธานกิตติมศักดิ์หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา

1 เมษายน  2567